กบข. โชว์ผลตอบแทนปี 68 พุ่ง 5.18% กางแผนปี 69 สู้ศึกความผันผวน ชู “ทองคำ” สินทรัพย์ปิดความเสี่ยง
กบข. โชว์ผลตอบแทนปี 68 พุ่ง 5.18% กางแผนปี 69 สู้ศึกความผันผวน ชู “ทองคำ” สินทรัพย์ปิดความเสี่ยง พร้อมจ่อแก้กฎหมายเปิดทางรับบริหารกองทุนหน่วยงานภายนอก คาดได้ข้อสรุปสิ้นปีนี้
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ภาพรวมการดำเนินงานในปี 2568 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีที่ท้าทายอย่างมากจากปัจจัยภายนอก ทั้งปัญหาเศรษฐกิจโลก สงคราม และกำแพงภาษีที่ส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์ทั่วโลก อย่างไรก็ตาม กบข. สามารถทำผลตอบแทนรวมได้ที่ 5.18% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่ทำได้ 3.91% โดยหัวใจสำคัญคือการลงทุนให้เอาชนะเงินเฟ้อ เพื่อให้สมาชิกมีเงินใช้เพียงพอหลังเกษียณตามเป้าหมาย 3 ประการ คือ มีเงินใช้ ไม่มีหนี้ และมีสุขภาพดี
โดยความสำเร็จในปีที่ผ่านมาเกิดจากการปรับกลยุทธ์การลงทุนอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการใช้ "ทองคำ" เป็นสินทรัพย์เชิงรับเพื่อปิดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอน ส่งผลให้แผนการลงทุนต่างๆ ให้ผลตอบแทนที่น่าพอใจ อาทิ แผนสมดุลตามอายุที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงกว่า 8% แผนทองคำที่มีสมาชิกเลือกเพิ่มขึ้นกว่า 800% และแผนวายุภักษ์ที่ให้ผลตอบแทนเกิน 10%
“ปี 68 เป็นปีที่ท้าทายกว่าปี 2567 มหาศาล สิ่งที่ กบข. ทำคือการปรับนิยามสินทรัพย์ใหม่ จากเดิมที่มองแค่สินทรัพย์มั่นคงกับเสี่ยง มาเป็นสินทรัพย์เชิงรุกและสินทรัพย์เชิงรับ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทโลกที่เปลี่ยนไป แม้แต่สินทรัพย์ที่เคยว่ามั่นคงสูงก็อาจมีความเสี่ยง ได้ในปัจจุบัน”
อย่างไรดี กบข. ได้ออกแบบและพัฒนาแผนการลงทุนเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการและระดับความเสี่ยงของสมาชิกที่แตกต่างกัน ได้แก่
-แผนสมดุลตามอายุ เป็นแผนอัตโนมัติสำหรับสมาชิกใหม่ตั้งแต่ปี 2566 เน้นปรับสัดส่วนสินทรัพย์ตามอายุ โดยอายุน้อยจะเน้นสินทรัพย์เชิงรุก 75% และค่อยๆ ลดเหลือ 20% เมื่อใกล้เกษียณ เพื่อเป้าหมายชนะเงินเฟ้อบวก 2.5 - 3%
-แผนการลงทุนพื้นฐานทั่วไป สำหรับสมาชิกที่ไม่ได้เลือกแผน (ก่อนปี 66) มีสัดส่วนสินทรัพย์เชิงรุกและเชิงรับอย่างละ 50% มุ่งชนะเงินเฟ้อบวก 2%
-กลุ่มแผนเชิงรุก แบ่งตามระดับความเสี่ยง เช่น แผนเชิงรุก 35, 65 และ 75 ซึ่งให้ผลตอบแทนล้อไปตามสัดส่วนสินทรัพย์ที่เติบโตสูง
-แผนทองคำ สินทรัพย์ปิดความเสี่ยงที่สมาชิกสามารถเลือกผสมในพอร์ตได้สูงสุด 25% ซึ่งในปีที่ผ่านมาทำผลตอบแทนได้โดดเด่นกว่า 50%
-แผนเกษียณสบายใจ แผนสำหรับผู้ใกล้เกษียณที่ไม่ต้องการความเสี่ยง เน้นรักษาเงินต้นและมีประกันชีวิตคุ้มครอง
-แผนชะรีอะฮ์ ลงทุนตามหลักศาสนาอิสลามที่ผ่านการรับรองจากผู้ทรงคุณวุฒิ
“การลงทุนในทุกสินทรัพย์ล้วนมีความเสี่ยง แต่การลงทุนโดยไม่เข้าใจคือความเสี่ยงที่ยิ่งใหญ่กว่า กบข. จึงเปิดโอกาสให้สมาชิกเปลี่ยนแผนการลงทุนได้ถึง 12 ครั้งต่อปี ผ่านแอปฯ MyGPF เพื่อให้สมาชิกสามารถปรับพอร์ตตามสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างคล่องตัว”
ทั้งนี้ เพื่อให้สมาชิกเห็นภาพความสำคัญของการออม กบข. ได้นำโมเดลระดับความเพียงพอของเงินใช้หลังเกษียณมาใช้สื่อสาร โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่
-P50 (ระดับพื้นฐาน) เน้นใช้ชีวิตแบบพอเพียง ทำอาหารทานเอง ไม่ใช้บริการเดลิเวอรี ออกกำลังกายในที่สาธารณะ
- P75 (ระดับสะดวกสบาย) สามารถสั่งอาหารเดลิเวอรีได้ประจำ เข้าฟิตเนส และไปท่องเที่ยวต่างประเทศใกล้ๆได้
- P90 (ระดับคุณภาพชีวิตสูง) มีความยืดหยุ่นในการใช้จ่ายสูง ทั้งความบันเทิงออนไลน์ การดูแลความงาม และการท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ
“เราพยายามทำให้สมาชิกเห็นภาพว่าอยากมีชีวิตแบบไหนหลังเกษียณ ถ้าอยากเรียก Line Man หรือไปเที่ยวต่างประเทศบ้าง คุณต้องออมเพิ่ม ปัจจุบันสมาชิกเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น มีการเข้าใช้งานแอป MyGPF เพื่อจำลองพอร์ตและเปลี่ยนแผนการลงทุนให้เหมาะกับตัวเองสูงขึ้นมาก”
สำหรับปี 2569 นายทรงพลคาดการณ์ว่าจะเป็นปีที่ท้าทายยิ่งกว่าเดิม จากปัจจัยความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และภัยธรรมชาติ ซึ่งกบข. ยังคงยึดเป้าหมายเอาชนะเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 ปีเป็นหลัก พร้อมเตรียมโครงการนำร่อง Sandbox "Senior Housing" เพื่อศึกษาการลงทุนสร้างที่พักอาศัยสำหรับข้าราชการเกษียณ คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในช่วงปลายปีนี้
“ปี 2569 จะมีความผันผวนไม่น้อยกว่าปีที่แล้ว ปัจจัยใหม่เกิดขึ้นได้ทุกเดือน เป้าหมายเราชัดเจนคือต้องเอาชนะเงินเฟ้อให้ได้ เพราะถ้าชนะไม่ได้ มูลค่าเงินในกระเป๋าสมาชิกตอนเกษียณจะไม่พอใช้ เราไม่ได้เน้นเก็งกำไรระยะสั้น แต่เราเน้นความเข้าใจในตัวสินทรัพย์เพื่อจัดพอร์ตให้เหมาะสมที่สุด”
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวเรื่องการให้ กบข. เข้าไปช่วยบริหารกองทุนอื่นๆ นายทรงพลชี้แจงว่า ปัจจุบันกฎหมายยังไม่อนุญาตให้ กบข. เข้าไปร่วมบริหารกองทุนอื่นได้ แต่ยอมรับว่ามีแนวคิดที่จะดำเนินการในลักษณะ "รับจ้างบริหารจัดการเงินลงทุน" ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการหารืออย่างรอบด้าน ทั้งการทบทวนกฎหมายใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารกองทุน รวมถึงการพิจารณาว่าจะสามารถเข้าไปช่วยรับบริหารเงินของหน่วยงานราชการอื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของ กบข. ได้หรือไม่ คาดว่าจะมีความชัดเจน และสรุปสาระสำคัญร่างกฎหมายได้ภายในสิ้นปีนี้ หลังจากนั้นจะต้องนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภาต่อไป
ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีหลายหน่วยงานราชการติดต่อขอให้ กบข. เข้าไปช่วยบริหารกองทุนอยู่ ส่วนกรณีที่มีข้อเสนออยากให้ กบข. เข้าไปช่วยบริหารการลงทุนให้สำนักงานประกันสังคมนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อเข้ามา แต่หากมีการติดต่อมา ก็ต้องรอดูที่กฎหมายก่อน เมื่อมีความพร้อม กบข. ก็พร้อมพิจารณาดำเนินการ
“มีหน่วยงานรัฐขนาดเล็กหลายแห่งติดต่อมาเพราะไม่มีความเชี่ยวชาญในการบริหารเงินบำนาญ เรากำลังพิจารณาว่าหากจะช่วยบริหารเฉพาะในส่วนของเม็ดเงินจะทำได้อย่างไร ซึ่งกระบวนการนี้ต้องผ่านการพิจารณาของทั้งกฤษฎีกาและสภา เพื่อให้ทุกอย่างโปร่งใสและเป็นไปตามหลักการ”
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB